ประวัติ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค(Virgil van Dijk) ปราการณ์หลังชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ปัจจุบัน เล่นในตำแหน่งแนวหลังให้กับทีมลิเวอร์พูล ที่ต้องบอกเลยว่า สุดยอดที่สุดในเวลานี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งเขาพึ่งได้รับรางวัลล่าสุดของยูฟ่าปี 2019-2020 ไปเรียบร้อย แซงหน้าเมสซี่และโรนัลโด้

นักเตะคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 1991 ที่ เมือง เบรด้า ประเทศเนเธอร์แลนด์ พ่อของเขาเป็นคนดัตช์ ส่วนคุณแม่เป็นคนจากประเทศซูรินาม ประเทศบริเวณทวีป อเมริกาใต้ ทำให้เขามีเชื้อสาย ซูรินาม

เส้นทาง ฟานไดจ์ค สู่ฟุตบอลอาชีพ

สโมสรแรกในชีวิตของเขาคือ วิลเลี่ยม ทเว ทู ในปี 2009-2010 ซึ่งในตอนนั้นเขาทำงานไปด้วย และหลังเลิกงานทุกครั้งก็จะมาซ้อมฟุตบอลกับทางสโมสร และในปีเดียวกันก็ย้ายไปยังสโมสรอาชีพอย่าง โกรนิงเก้น(Groningen) ในปี 2010

ลงสนามครั้งแรกในนัดที่ พบกับสโมสร เดน ฮาก เมื่อวันที่ 1 เมษายน ปี 2011 ใน นาทีที่ 72 ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงไป ซึ่งเล่นให้ โกรนิงเก้น เพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น สโมสรกลาสโกว์ เซลติก ก็ซิลตัวไป

ฟาน ไดจ์ค ทำประตูแรกให้เซลติกได้ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2013 โดยการใช้หัวโขกเข้าประตูไป ช่วยให้ชนะ รอสส์ เคาน์ตี้ ไปด้วยสกอร์ 4-1 เขาสร้างผลงานมากมายในฤดูกาลแรก และขึ้นฤดูกาลที่สองด้วยการเป็นตัวจริงอย่างเต็มตัว

หลังเซลติก พ่ายแพ้และตกรอบคัดเลือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2015-2016 นักเตะทุกคนก็กำลังมองหาทีมในยุโรป ที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ

ฟาน ไดจ์ค เลือกที่จะไป ทีมนักบุญ เซาแธมป์ตัน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2015 ปราการณ์หลังหลังรายนี้ตัดสินใจเซ็นสัญญา 5 ปี กับ เซาแธมป์ตัน ด้วยค่าตัวกว่า 13 ล้านปอนด์ การสร้างผลงานบนสนามพรีเมียร์ลีกส์ครั้งแรก ด้วยการโหม่งเข้าช่วยทีมทำให้ชนะ สวอนซี ซิตี้ 3-1

ซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่งตัวจริงจาก เซาท์แธมป์ตัน พร้อมกับสัญญาใหม่ยาวกว่า 6 ปีในเดือน พฤษภาคม ปี 2016 เขาสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องจนได้รับสวมปลอกแขนกัปตันทีม และสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

ทำให้หลายทีมในยุโรปมีความสนใจในนักเตะคนนี้มาก หนึ่งในนั้นคือ สโมสรร่วมลีกส์ อย่างลิเวอร์พูล ที่ให้ความสนใจ ต้องการยืมตัว และทำทุกวิธีทาง จนเป็นเหตุทำให้ต้นสังกัดไม่พอใจ จนหงส์แดงต้องออกมาขอโทษ

แต่ทาง ฟาน ไดจ์ค เองก็ยังคงแสดงความปรารถนา ที่จะย้ายสโมสรอยู่ นั่นจึงเป็นเหตุทำให้เขาไม่ค่อยได้ลงเล่น เพราะสโมสรมองว่าไม่ค่อยมีใจในการเล่นให้กับทีมแล้ว และเวลาเดินทางมาถึงช่วง ตลาดหน้าหนาวของพรีเมียร์ลีก

และเป็นลิเวอร์พูลติดต่อเข้ามาซื้อตัวไปด้วยค่าตัวสูงถึง 75 ล้านปอนด์ การย้ายเกิดขึ้นวันที่ 27 ธันวาคม 2017 พร้อมกับสถิติกองหลังที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลกเวลานั้น และเขาภูมิใจมากกับฝันที่เป็นจริง สำหรับการติดตราหงส์แดงบนหน้าอกเสื่อของเขา

ฟานไดจ์ค นักเตะลิเวอร์พูล

เดินทางมาถึงปี 2018-2019 ในตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก แนวหลังสายรุกคนนี้แล้ว ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม นำพาทีมเข้าไปชิงในหลายรายการ ซึ่งลิเวอร์พูล สามารถเข้าใกล้ถ้วยยูฟ่าฯ ได้ถึงสองปีซ้อน และสามารถคว้าแชมป์ได้ ในปีล่าสุด 2019

แฟนๆชาวเดอะค๊อป ต่างก็พอใจในผลงานของกุนซือและนักเตะชุดนี้เป็นอย่างมาก ที่สามารถนำพาทีมเข้าสู่เส้นชัยได้สำเร็จ